ราคาทอง
ราคาทอง

วิเคราะห์ราคาทอง ภาคเช้า11 มกราคม 2562

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 6.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงกดดันจากการฟื้นตัวขึ้นจากจุดตํ่าสุดในรอบ 3 เดือนของสกุลเงิน ดอลลาร์ หลังการเปิดเผยจํานวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงเกินคาดสู่ระดับ 216,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้สกุลเงินดอลลาร์ยัง ได้รับแรงหนุนเพิ่มจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่แม้จะระบุว่า เฟดอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากเศรษฐกิจ มีแนวโน้มยํ่าแย่ลง แต่พาวเวลระบุเช่นกันว่า เฟดจะยังคงปรับลดงบดุลลงจากระดับปัจจุบัน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า เฟดยังมีเป้าหมายที่จะคุมเข้มนโยบาย การเงินต่อไป ส่งผลให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นจนกดดันให้เกิดแรงขายทําไรในตลาดทองคํา ประกอบกับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดในแดนบวก เป็นวันทําการที่ 5 ติดต่อกันซึ่งกดดันราคาทองคําที่อยู่ฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มเติม ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคําลงวานนี้ -1.47 ตัน สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรวัดเงินเฟ้อของเฟด เพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นําทิศทางการเคลื่อนไหวของดอลลาร์และทองคํา >> อัพเดตราคาทองวันนี้

ราคาทอง
ราคาทอง

บทวิเคราะห์ราคาทอง ภาคค่ำ 19 พฤศจิกายน 2561

ราคาทองคำ ช่วงเช้าทรงตัวใกล้ 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตลาดทองคําได้รับปัจจัยหนุนจากกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)อาจไม่เร่ง ขึ้นดอกเบี้ย หลังริชาร์ด คลาริดา รองประธานเฟด กล่าวว่า มีหลักฐานบ่งชี้เกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของเจอโรมพาวเวลล์ ประธานเฟด ที่แถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ในปีหน้าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ซึ่งรวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเฟดต้องพิจารณาดอกเบี้ยอย่างรอบคอบ ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า และหนุนราคาทองคํา อย่างไรก็ตามราคาทองคําอาจปรับตัวขึ้นในกรอบจํากัด หลังการประชุม APEC จบลง แต่ไร้แถลงการณ์ร่วมเป็นครั้งแรก โดยหาอํานาจอย่างสหรัฐและจีน ต่างแสดงวิสัยทัศน์อย่างดุเดือดเกี่ยวกับนโยบายด้านการค้า โดยรองปธน.ไมค์ เพนซ์ของสหรัฐ กล่าวด้วยว่า สหรัฐจะไม่เร่งรัดยุติสงครามการค้ากับจีน ทําให้นักลงทุนไม่แน่ใจว่าสหรัฐและจีนจะยุติข้อพิพาททางการค้าในการประชุมนอกรอบผู้นํา G20 ปลายเดือนนี้ได้หรือไม่ ปัจจัยดังกล่าวยังกดดันหยวน จึงอาจทําให้ราคาทองคําปรับตัวขึ้นได้ไม่ไกลนัก หากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุนราคาทองคํา ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า ราคาทองคําเคลื่อนไหวในกรอบในระดับสูง ขณะที่การอ่อนตัวลงค่อนข้างจํากัดแสดงถึงแรงขายในระยะสั้นไม่มาก ทั้งนี้ทําให้ประเมินแนวรับระยะสั้นนั้นอยู่ในบริเวณ 1,217 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดยังคงมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้าน บริเวณ 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนํากลยุทธ์การลงทุนโดย เน้นการลงทุนระยะสั้น โดยเข้าซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,217 ดอลลาร์ต่อออนซ์พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,207 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจทยอยแบ่งทองคําออกขายทํากําไรบางส่วนหากราคาทองคําไม่ผ่านแนวต้านที2 1,237ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้สามารถถือต่อ >> อัพเดตราคาทองวันนี้

ราคาทอง
ราคาทอง

บทวิเคราะห์ราคาทอง ภาคค่ำ 07 พฤศจิกายน 2561

จาก ราคาทองคำ ที่มีการเคลื่อนไหวถึง 3 ครั้งในวันนี้ ทางสํานักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงาน ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอย่างไม่เป็นทางการว่า พรรครีพับลิกัน สามารถคว้าชัยชนะด้วยการกวาดคะแนนเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐ ส่วนพรรคเดโมแครต สามารถกวาดคะแนนเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการที1สภาคองเกรสที1ประกอบด้วยทั้ง 2 พรรค อาจส่งผลลบต่อดอลลาร์ เนื่องจากแนวโน้มความขัดแย้งทางนิติบัญญัติที่จะทําให้เป็นการยากในการผ่านนโยบายต่างๆ อาทิ การลดภาษีชนชั้นกลางของปธน.ทรัมป์ และ เปิดทางให้คณะบริหารของเขาเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดซึ่งจะเป็นผลบวกต่อราคา อย่างไรก็ตาม ราคาทองคําขยับขึ้นไม่มากนัก เพราะผลการ เลือกตั้งเป็นไปตามที่สื่อต่างๆเคยคาดไว้ ทั้งนี้ แนะนํานักลงทุนอาจทยอยซื้อทองคําเมื่อราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,224 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้ อาจมีแรงซื้อเข้ามาพยุงไว้ เพื่อรอทํากําไรเมื่อราคาขยับขึ้น และเมื่อราคาขยับขึ้นนักลงทุนที่สะสมทองคําไว้อาจมีการขายทํากําไรออกมาหากราคาไม่ผ่านโซน แนวต้าน 1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านได้ ประเมินแนวต้านถัดไปที1 1,254 ดอลลาร์ต่อออนซ์ >> อัพเดตราคาทองวันนี้