ราคาทอง

บทวิเคราะห์ราคาทอง ภาคเช้า 7 สิงหาคม 2561

ราคาทองคำ วานนี้ ปิดปรับตัวลดลง 7.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าจากการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในปีนี้ และข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่กระตุ้นแรงซื้ อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยและกดดันสกุลเงินของประเทศคู่ค่า โดยเฉพาะหยวน ขณะที่การประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ของสหรัฐวานนี ไม่ได้กระตุ้นแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแต่อย่างใด เนื่องจากมาตรการดังกล่าวครอบคลุมไปถึงการทําธุรกรรมซื อขายทองคําของอิหร่านอีกด้วย ประกอบกับข้อมูลของ CFTC รายงานว่าในสัปดาห์ที่สิ้ นสุดวันที่ 31 ก.ค.กองทุนเฮดจ์ฟันและผู้จัดการกองทุนได้เพิ่มสถานะขาย (Short positions)สัญญาฟิวเจอร์สทองคํา COMEX สู่ระดับ 153,108 สัญญา ทําให้สถานะขายสุทธิเพิ”มขึ นสู่ระดับ 42,528 สัญญาซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้ งแต่ปี 2006 บ่งชี้ ถึงการคาดการณ์เชิงลบที่ยังคงอยู่ในระดับสูงทําให้การซื้อขายในตลาดทองคํายังคงซบเซาต่อเนื่อง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคําลง -6.19 ตัน สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยตําแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTS Job Openings)และ การสํารวจความเชื”อมั”นทางเศรษฐกิจจาก IBD/TIPP >> อัพเดตราคาทองวันนี้

ราคาทอง

บทวิเคราะห์ ราคาทอง 15 พค 61

ราคาทองคำช่วงเช้าปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี แตะระดับ 3% อีกครั้ง หลังความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทางการจีนประกาศว่าจีนเตรียมที่จะยกเลิกการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรของสหรัฐซึ่งรวมถึงถั่วเหลืองขานรับท่าทีที่อ่อนลงของสหรัฐหลังปธน.ทรัมป์ประกาศว่าจะหาทางช่วยเหลือบริษัท ZTE ของจีนให้กลับมาดำเนินธุรกิจอีกครั้ง ขณะที่นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนและคณะเจ้าหน้าที่ของจีนจะมีการเจรจาการค้าระดับทวิภาคีกับเจ้าหน้าที่สหรัฐหลายราย ซึ่งรวมถึงนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันเสาร์นี้ ปัจจัยดังกล่าวถูกใช้เป็นปัจจัยชี้นำดอลลาร์และราคาทองคำเพิ่มเติม สำหรับวันนี้แนะนำติดตามการเปิดเผยยอดค้าปลีกและดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม(Empire State Index)ของสหรัฐ หากตัวเลขดังกล่าวออกมาดีหรือดีกว่าที่คาดการณ์ จะเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์และกดดันราคาทองคำด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากราคาทองคำไม่สามารถ break out ผ่านแนวต้านบริเวณ1,326 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปได้ จึงมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นให้กลับลงมาตั้งฐานราคาด้านล่างอีกครั้ง เบื้องต้นประเมินว่าราคาทองยังคงเคลื่อนไหวระหว่าง 1,337-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนราคาระดับ 1,306-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จึงจะมีแรงดีดกลับไปทดสอบแนวต้านด้านบนอีกครั้ง แนะนำเน้นการลงทุนระยะสั้นโดยซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,306-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสำหรับนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่แนะนำทยอยขายทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,326-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป รูปภาพจาก sanook.com