ราคาทอง
ราคาทอง

บทวิเคราะห์ราคาทอง ภาคค่ำ 07 พฤศจิกายน 2561

จาก ราคาทองคำ ที่มีการเคลื่อนไหวถึง 3 ครั้งในวันนี้ ทางสํานักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงาน ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอย่างไม่เป็นทางการว่า พรรครีพับลิกัน สามารถคว้าชัยชนะด้วยการกวาดคะแนนเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐ ส่วนพรรคเดโมแครต สามารถกวาดคะแนนเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการที1สภาคองเกรสที1ประกอบด้วยทั้ง 2 พรรค อาจส่งผลลบต่อดอลลาร์ เนื่องจากแนวโน้มความขัดแย้งทางนิติบัญญัติที่จะทําให้เป็นการยากในการผ่านนโยบายต่างๆ อาทิ การลดภาษีชนชั้นกลางของปธน.ทรัมป์ และ เปิดทางให้คณะบริหารของเขาเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดซึ่งจะเป็นผลบวกต่อราคา อย่างไรก็ตาม ราคาทองคําขยับขึ้นไม่มากนัก เพราะผลการ เลือกตั้งเป็นไปตามที่สื่อต่างๆเคยคาดไว้ ทั้งนี้ แนะนํานักลงทุนอาจทยอยซื้อทองคําเมื่อราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,224 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้ อาจมีแรงซื้อเข้ามาพยุงไว้ เพื่อรอทํากําไรเมื่อราคาขยับขึ้น และเมื่อราคาขยับขึ้นนักลงทุนที่สะสมทองคําไว้อาจมีการขายทํากําไรออกมาหากราคาไม่ผ่านโซน แนวต้าน 1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านได้ ประเมินแนวต้านถัดไปที1 1,254 ดอลลาร์ต่อออนซ์ >> อัพเดตราคาทองวันนี้

ราคาทอง

บทวิเคราะห์ราคาทอง ภาคเช้า 18 กันยายน 2561

ราคาทองคำ วานนี้ ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังการเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ของสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาด ส่งผลให้ราคาทองคําปรับตัวขึ้นแตะ 1204.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขาย รวมไปถึงนายมิเชล บาร์นิเยร์ ตัวแทนเจรจา ฝ่าย EU ในประเด็น Brexit กล่าวว่า การเจรจาระหว่าง EU และอังกฤษในประเด็น Brexit ยังคงดําเนินไปโดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่งผลให้ปอนด์และยูโรดีดตัว ขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์ อย่างไรก็ตามราคาทอง ถูกกดดัน หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีขยับขึ้นต่อเนื่องแตะระดับ 3% อีกครั้ง จากแนวโน้มการปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในเดือนก.ย.นี้ ขณะที่เช้านี้ ปธน.ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านําเข้าจากจีนเพิมอีก 10% วงเงินรวม 2 แสนล้าน ดอลลาร์ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 24 ก.ย.นี้ ยังสร้างแรงขายเข้าสู่ตลาดทองคํา สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ย.จาก NAHB ของสหรัฐ >> อัพเดตราคาทองวันนี้

ราคาทอง

บทวิเคราะห์ราคาทอง ภาคเช้า 7 สิงหาคม 2561

ราคาทองคำ วานนี้ ปิดปรับตัวลดลง 7.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าจากการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในปีนี้ และข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่กระตุ้นแรงซื้ อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยและกดดันสกุลเงินของประเทศคู่ค่า โดยเฉพาะหยวน ขณะที่การประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ของสหรัฐวานนี ไม่ได้กระตุ้นแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแต่อย่างใด เนื่องจากมาตรการดังกล่าวครอบคลุมไปถึงการทําธุรกรรมซื อขายทองคําของอิหร่านอีกด้วย ประกอบกับข้อมูลของ CFTC รายงานว่าในสัปดาห์ที่สิ้ นสุดวันที่ 31 ก.ค.กองทุนเฮดจ์ฟันและผู้จัดการกองทุนได้เพิ่มสถานะขาย (Short positions)สัญญาฟิวเจอร์สทองคํา COMEX สู่ระดับ 153,108 สัญญา ทําให้สถานะขายสุทธิเพิ”มขึ นสู่ระดับ 42,528 สัญญาซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้ งแต่ปี 2006 บ่งชี้ ถึงการคาดการณ์เชิงลบที่ยังคงอยู่ในระดับสูงทําให้การซื้อขายในตลาดทองคํายังคงซบเซาต่อเนื่อง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคําลง -6.19 ตัน สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยตําแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTS Job Openings)และ การสํารวจความเชื”อมั”นทางเศรษฐกิจจาก IBD/TIPP >> อัพเดตราคาทองวันนี้

ราคาทอง

บทวิเคราะห์ ราคาทอง 15 พค 61

ราคาทองคำช่วงเช้าปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี แตะระดับ 3% อีกครั้ง หลังความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทางการจีนประกาศว่าจีนเตรียมที่จะยกเลิกการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรของสหรัฐซึ่งรวมถึงถั่วเหลืองขานรับท่าทีที่อ่อนลงของสหรัฐหลังปธน.ทรัมป์ประกาศว่าจะหาทางช่วยเหลือบริษัท ZTE ของจีนให้กลับมาดำเนินธุรกิจอีกครั้ง ขณะที่นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนและคณะเจ้าหน้าที่ของจีนจะมีการเจรจาการค้าระดับทวิภาคีกับเจ้าหน้าที่สหรัฐหลายราย ซึ่งรวมถึงนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันเสาร์นี้ ปัจจัยดังกล่าวถูกใช้เป็นปัจจัยชี้นำดอลลาร์และราคาทองคำเพิ่มเติม สำหรับวันนี้แนะนำติดตามการเปิดเผยยอดค้าปลีกและดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม(Empire State Index)ของสหรัฐ หากตัวเลขดังกล่าวออกมาดีหรือดีกว่าที่คาดการณ์ จะเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์และกดดันราคาทองคำด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากราคาทองคำไม่สามารถ break out ผ่านแนวต้านบริเวณ1,326 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปได้ จึงมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นให้กลับลงมาตั้งฐานราคาด้านล่างอีกครั้ง เบื้องต้นประเมินว่าราคาทองยังคงเคลื่อนไหวระหว่าง 1,337-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนราคาระดับ 1,306-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จึงจะมีแรงดีดกลับไปทดสอบแนวต้านด้านบนอีกครั้ง แนะนำเน้นการลงทุนระยะสั้นโดยซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,306-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสำหรับนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่แนะนำทยอยขายทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,326-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป รูปภาพจาก sanook.com