ไฟเครื่องยนต์ขึ้น! อย่าเพิ่งสติหลุด วิธีรับมือแบบมือโปร

ไฟเครื่องยนต์ขึ้น

ไฟเครื่องยนต์ขึ้น

สำหรับคนใช้รถ คงไม่มีสัญลักษณ์ไหนชวน “ใจหาย” ได้เท่ากับ ไฟรูปเครื่องยนต์ (Check Engine Light) สีเหลืองส้มที่จู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้นมา เพราะมันคือสัญญาณเตือนว่า “ระบบกำลังมีปัญหา” แต่ดันไม่ยอมบอกตรงๆ ว่าเสียตรงไหน!

เช็กอาการ ไฟรูปเครื่องยนต์ โชว์แบบไหน “วิกฤต” กว่ากัน?

  • 🟠 ไฟติดค้าง (เหลือง/ส้ม): เครื่องยนต์ตรวจพบความผิดปกติ แต่ยังพอวิ่งได้ใน “โหมดสำรอง” (Limp Mode) คุณสามารถขับต่อไปได้ แต่ต้องรีบหาอู่เช็กโดยเร็วที่สุด
  • 🔴 ไฟกะพริบต่อเนื่อง: อันตรายมาก! หมายความว่าเกิดความผิดปกติรุนแรง (เช่น เครื่องยนต์จุดระเบิดผิดพลาด) หากขับต่อเครื่องอาจพังหรือเกิดไฟไหม้ได้ ควรจอดรถทันที และเรียกประภัยหรือรถยกครับ

5 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ไฟเครื่องโชว์

จากสถิติของวิศวกรยานยนต์ ปัญหามักจะมาจาก 5 จุดนี้

  • ฝาถังน้ำมันปิดไม่สนิท (Loose Gas Cap): เรื่องเส้นผมบังภูเขา! หากปิดฝาไม่แน่น แรงดันในถังจะผิดปกติจนไฟโชว์ได้ (วิธีแก้: ลองปิดใหม่ให้ดังแกร็ก แล้วขับไปสักพักไฟอาจดับเอง)
  • เซนเซอร์ออกซิเจน (O2 Sensor) เสีย: ตัววัดค่าไอเสียมีปัญหา ทำให้เครื่องกินน้ำมันดุขึ้นและวิ่งอืดลง
  • คอยล์จุดระเบิดหรือหัวเทียนมีปัญหา: เครื่องยนต์จะสั่น เร่งไม่ขึ้น เหมือนคนไม่มีแรง
  • เซนเซอร์วัดการไหลของอากาศ (MAF Sensor) สกปรก: ทำให้เครื่องคำนวณส่วนผสมน้ำมันผิดพลาด รถจะมีอาการเบาดับหรือเร่งสะดุด
  • แคททาไลติกคอนเวอร์เตอร์ (Catalytic Converter) ตัน: ตัวกรองไอเสียเสื่อมสภาพ มักเกิดในรถเก่าที่ขาดการบำรุงรักษา